BIGTheme.net • Free Website Templates - Downlaod Full Themes

ปริญญาเอก สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา

คำถามที่ถูกถามบ่อยครั้งเกี่ยวกับ

 หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต 
สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา 
(หลักสูตรใหม่  พ.ศ. ๒๕๕๔)
คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 

http://ict.fte.kmutnb.ac.th

คำถามที่ถูกถามบ่อยครั้งเกี่ยวกับ

 

หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต 

สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา 

(หลักสูตรใหม่  พ.ศ. ๒๕๕๔)

 

คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 

 

 

คำถามข้อที่ ๑ 

ความเป็นมาของหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา  คืออะไร

 

คำตอบ

ตามนโยบายมหาวิทยาลัยที่ได้จัดทำความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเดสเดน (เยอรมันนี)

มหาวิทยาลัยราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคตะวันตก มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย

จัดทำหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอกสาขา  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา

Information and Communication Technology for Education (ICT for Ed)

เป็นหลักสูตรบูรณาการสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสาร

และเทคโนโลยีการศึกษาเข้าด้วย   เป็นแห่งแรกในประเทศไทย

กำลังอยู่ในขั้นตอนอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย  จะทำการเปิดสอนในภาคเรียนที่ ๑/๒๕๕๔ นี้

 

 

โดยมีรายละเอียดของหลักสูตร  ดังนี้

 

ชื่อหลักสูตร 

ภาษาไทย          : acheter du cialis en ligne หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา

ภาษาอังกฤษ      : Doctor of Philosophy Program in Information and Communication Technology for Education        

 

ชื่อปริญญาและสาขาวิชา

ชื่อเต็ม (ไทย)     : ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต  (เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา)

ชื่อย่อ (ไทย)       : ปร.ด. (เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา)

 

ชื่อเต็ม(อังกฤษ)  : Doctor of  Philosophy  (Information and Communications Technology for Education)

 

 

ชื่อย่อ (อังกฤษ)   :  Ph.D. (Information and Communications Technology  for  Education)

 

 

 

จำนวนหน่วยกิตที่เรียนตลอดหลักสูตร 

 

๔๘   หน่วยกิต     

 

 

รูปแบบของหลักสูตร 

หลักสูตรระดับปริญญาเอก ใช้เวลาศึกษา ๓ ปี 

 

ความร่วมมือกับสถาบันอื่น  

  • สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาโดยมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย
  • Dresden University of Technology  สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
  • สมาคมอีเลิร์นนิงแห่งประเทศไทย 
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ 
  • มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มภาคตะวันตก

 

 อาชีพที่สามารถประกอบได้หลังสำเร็จการศึกษา 

  • ผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศละการสื่อสารเพื่อการศึกษา
  • นักวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศละการสื่อสารเพื่อการศึกษา
  • อาจารย์ ในสถาบันอุดมศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
  • นักวิเคราะห์และออกแบบระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา
  • นักออกแบบและพัฒนาระบบการเรียนการสอน

 

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

๑.  เพื่อผลิตนักวิชาการระดับสูง  ที่เป็นผู้นำด้านการนำหลักการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาพัฒนาการจัดการศึกษา

๒.  เพื่อผลิตผู้บริหารระดับสูง    ที่มีความสามารถในการบริหารจัดการและพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา

๓.   เพื่อผลิตนักวิจัยระดับสูง  ที่มีความสามารถในการวิจัย และพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา และนำนวัตกรรมทางการศึกษาที่เหมาะสมมาประยุกต์และปรับปรุงให้สอดคล้อง  กับการพัฒนาเศรษฐกิจ  สังคมและเทคโนโลยีระดับประเทศและระดับนานาชาติ

 

 

 

คำถามข้อที่ ๒ 

 

 

อาจารย์ลาออกจากหลักสูตรเดิม  เพื่อตั้งภาควิชาใหม่  ใช่หรือไม่

 

 

คำตอบ 

เนื่องจากอาจารย์เป็นคณะกรรมการในการพัฒนาหลักสูตรและเป็นผู้มีคุณวุฒิตรงตามหลักสูตร

จึงทำหน้าที่เป็นกรรมการบริหารหลักสูตร  โดยมีคณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมเป็นประธาน

และหลักสูตรดังกล่าวเป็นสาขาวิชาสังกัดคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม  ไม่ใช่การตั้งภาควิชาใหม่แต่ประการใด

ไม่มีผลกระทบใด ๆ กับหลักสูตรเทคโนโลยีเทคนิคศึกษา เพราะคณะได้จัดอาจารย์ประจำหลักสูตรทดแทน

เป็นเรื่องของการบริหารหลักสูตรไม่ใช่เรื่องของการบริหารงานบุคคล

 

 

ดังนั้นอาจารย์จึงยังมีสถานะเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยี 

 

ยังทำหน้าที่สอนและควบคุมวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกของภาควิชาตามปกติ

และไม่มีผลต่อการควบคุมวิทยานิพนธ์ใด ๆ ทั้งสิ้น

 

 

 

คำถามข้อที่ ๓ 

อาจารย์ไม่ได้เป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรเทคโนโลยีเทคนิคศึกษาแล้ว  ยังสามารถเรียนเชิญให้อาจารย์เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ได้หรือไม่

 

 

คำตอบ 

อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือนั้น 

 

นักศึกษาสามารถเรียนเชิญอาจารย์ท่านใดก็ได้ในมหาวิทยาลัย  ซึ่งท่านเห็นว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถ

 

ตรงกับหัวข้อที่นักศึกษาทำวิทยานิพนธ์โดยไม่จำเป็นต้องเป็นอาจารย์ประจำของภาควิชา 

ขึ้นอยู่กับอาจารย์ว่าจะตอบรับเป็นที่ปรึกษาให้กับท่านหรือไม่  

เพราะมีข้อกำหนดว่าอาจารย์สามารถรับดูแลนักศึกษาได้ไม่เกิน ๑๐ คน 

 

สำหรับอาจารย์ที่มีภาระการสอนไม่เกิน  ๙ ชั่วโมงต่อสัปดาห์สามารถรรับเป็นประธานได้  ๑๗  คน 

 

ดังนั้นประธานควบคุม หรือกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์จะเป็นอาจารย์ท่านใดก็ได้ 

แต่ควรมีท่านใดท่านหนึ่งเป็นอาจารย์ประจำภาควิชา 

ปัญหาจึงอยู่ที่อาจารย์จะรับเป็นที่ปรึกษาหรือไม่  ไม่ได้อยู่ที่อาจารย์ประจำภาควิชาแต่อย่างไร

 

สำหรับตัวอาจารรย์เองสามารถรับดูแลนักศึกษาได้  ๑๗  คน 

ในปีนี้นักศึกษาที่อาจารย์ดูแลอยู่จำนวน ๖ คน คาดจะสำเร็จการศึกษาในปีนี้  ๒   คน

ทำให้สามารถรับดูแลวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาเพิ่มเติมได้อีก   

 

 

  

คำถามข้อที่ ๔

เมื่อสอบกลั่นกรองหัวข้อวิทยานิพนธ์แล้ว  ต้องสอบวิทยานิพนธ์กับคณะกรรมการสอบกลั่นกรองหัวข้อวิทยานิพนธ์อีกหรือไม่

 

คำตอบ 

 

ขั้นตอนของการสอบวิทยานพนธ์ตามระเบียบของบัณฑิตวิทยาลัย

เริ่มต้นที่การสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์  การสอบก้าวหน้า  และการสอบป้องกัน

ส่วนกระบวนการสอบกลั่นกรอง  เป็นเพียงกระบวนการที่ภาควิชากำหนดเพิ่มเติมขึ้นมา

บางภาควิชาอาจจะมี  หรืออาจจะไม่มีก็ได้

 

เมื่อนักศึกษาผ่านการกลั่นกรองหัวข้อวิทยานิพนธ์แล้ว 

สามารถเชิญอาจารย์ท่านใดก็ได้ในภาควิชา  คณะ  มหาวิทยาลัยเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์

โดยไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการกลั่นกรองหัวข้ออีกต่อไป

 

จากนั้นการจัดทำวิทยานิพนธ์ก็จะอยู่ที่นักศึกษากับคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ 

ซึ่งอาจมี ๑-๓ คนก็ได้  อยู่ที่คณะกรรมการที่ปรึกษาจะตกลงกับนักศึกษา 

หรือนักศึกษาสามารถเชิญกรรมการร่วมได้ตามข้อเสนอแนะของประธาน

 

โดยสรุปคือ  เมื่อนักศึกษาผ่านการกลั่นกรองหัวข้อฯ  แล้ว  ไม่ต้องสอบกับคณะกรรมการกลั่นกรองอีก

หลังผ่านหัวข้อฯ

และ  การจบหรือไม่จบนั้นขึ้นอยู่กับตัวนักศึกษา  ไม่ใช่เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาหรือคณะกรรมการสอบ

เพียงแต่การกลั่นกรองเป็นการพิจารณาร่วมกันของคณะกรรมการบริหารภาควิชา

ก่อนที่จะให้นักศึกษาไปหาที่ปรึกษา

เพื่อไม่ให้หัวข้อวิทยานิพนธ์อยู่นอกแนวทางของสาขาวิชา

พร้อมทั้งนักศึกษามีความเข้มแข็งในระดับที่ภาควิชายอมรับได้