BIGTheme.net • Free Website Templates - Downlaod Full Themes
  • Default
  • Title
  • Date
  • Random

เป็นคำถามที่ผมตอบบ่อยมาก ๆ คือ ข้าราชการอยากลาออกไปเป็นอาจารย์
 
พนักงานมหาวิทยาลัย  เช่น เป็นข้าราชการในหน่วยงานแห่งหนึ่ง
จบปริญญาโทบ้าง  จบปริญญาเอกบ้าง  อยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย  
คำถามเหมือน ๆ กันคือ  เป็นข้าราชการอยู่ขอโอนย้ายไปมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ 
 
หรือ เป็นข้าราชการอยู่ลาออกไปเป็นอาจารย์พนักงานมหาวิทยาลัยดีไหม ฯลฯ
อ่านรายละเอียดการตอบคำถามใน "อ่านข้อมูลเพิ่มเติม" >>>
โปรดพิจารณาตามจะเห็นสมควร ..............................
....................................................................................................................
 
 
เป็นคำถามที่ผมตอบบ่อยมาก ๆ คือ ข้าราชการอยากลาออกไปเป็นอาจารย์
 
พนักงานมหาวิทยาลัย  เช่น เป็นข้าราชการในหน่วยงานแห่งหนึ่ง
จบปริญญาโทบ้าง  จบปริญญาเอกบ้าง  อยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย  
คำถามเหมือน ๆ กันคือ  เป็นข้าราชการอยู่ขอโอนย้ายไปมหาวิทยาลัยได้หรือไม่ 
 
หรือ เป็นข้าราชการอยู่ลาออกไปเป็นอาจารย์พนักงานมหาวิทยาลัยดีไหม ฯลฯ
โปรดพิจารณาตามจะเห็นสมควร ..............................
....................................................................................................................
 
- วุฒิ ป.โท  อยากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
คำตอบคือ  มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่รับอาจารย์ระดับปริญญาเอก  ถ้ารับปริญญา
 
โทจะต้องเป็นสาขาขาดแคลน หรือ ป.โท  ที่กำลังเรียนต่อ ป.เอก และกำลังจะ
 
จบเท่านั้น
- จบ ป.เอก  เป็นข้าราชการอยากโอนย้ายเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
คำตอบคือ   ไม่ได้  ต้องลาออกจากราชการ ไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยเท่านั้น
ไม่มีการโอนย้ายข้าราชการไปเป็นอาจารย์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2543  เป็นเวลาเกือบ
 
สิบกว่าปีแล้ว  และจะไม่มีการกลับไปเป็นระบบราชการอีก   
- อายุราชการขนาดไหนถึงจะลาออกไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
คำตอบคือ .... ข้าราชการที่มีอายุงานเกินกว่า 10 ปี ลาออกจากราชการไปเป็น
 
อาจารย์มหาวิทยาลัย จะได้รับเงินบำเหน็จ  และได้เงินตอบแทนของ กบข.
ส่วนข้าราชการที่อายุงานเกินกว่า 25 ปี  จะได้รับบำนาญ   ดังนั้นการลาออก
 
จากราชการมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย  จึงเป็นการตัดสินใจเปลี่ยนงานของ
 
ข้าราชการเอง  เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่   ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตามก็เริ่มต้น
 
ตามคุณวุฒิ ป.เอก   ไม่มีเทียบโอนเงินเดือนเดิม   แต่มีบางมหาวิทยาลัยอาจมี
 
ระเบียบให้เทียบประสบการณ์   ซึ่งเป็นประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยเดิม  ไม่
 
ใช่ประสบการณ์ข้าราชการ 
 
- ลาออกจากราชการไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยถูกประเมินหรือไม่ ???
คำตอบ :  การลาออกจากข้าราชการไม่ว่าจะหน่วยงานใดก็ตามเพื่อไปเป็น
 
อาจารย์มหาวิทยาลัย  เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่   อาจารย์มหาวิทยาลัยจะต้อง
 
ถูกประเมินผลงานตลอดเวลา  แต่ละมหาวิทยาลัยมีเกณฑ์การประเมินที่แตก
 
ต่างกัน   คนที่เคยเป็นข้าราชการโดยไม่มีประสบการณ์การสอน การวิจัยและ
 
การ บริการวิชาการมาก่อน จะประสบความยากลำบาก   เนื่องจากอาจารย์
 
มหาวิทยาลัยได้รับค่าตอบแทนสูงและต้องมีผลงานในระดับประเทศหรือ
 
ระดับนานาชาติ    ซึ่งไม่ใช่ ป.เอก ทุกคนจะสามารถทำได้  จึงต้องปรับ
 
ตัวอย่างมาก  แต่ไม่เกินความสามารถของคนที่จบระดับปริญญาเอก
 
- ผลตอบแทนพนักงานมหาวิทยาลัยกับข้าราชการ
คำตอบ : ผู้ที่เป็นข้าราชการอยู่เดิมและมีผลตอบแทนที่สูงอยู่แล้ว  เช่น อยู่ใน
 
ตำแหน่งระดับสูง  หรือมีอายุราชการมานาน  ได้รับเงินเดือนสูงแล้ว   ควรจะ
 
คำนวณผลตอบแทนต่าง ๆ  ที่จะได้จากระบบราชการ   เนื่องจากพนักงาน
 
มหาวิทยาลัยแม้จะได้ค่าตอบแทนสูงแต่ "ไม่มีบำนาญ"    ต่างจากข้าราชการ
 
ที่มีบำนาญ และมีค่ารักษาพยาบาลตลอดชีวิต    
 
- ศักดิ์และสิทธิ์ของอาจารย์พนักงานมหาวิทยาลัยกับข้าราชการ
คำตอบ : ข้าราชการเป็นอาชีพที่มีเกียรติ  เป็นอาชีพ "พญาเลี้ยง" และอยู่ดีกิน
 
ดีอยู่แล้ว   อาจารย์มหาวิทยาลัยเป็นอาชีพที่มีแต่เกียรติ  แต่ต้องหากินเองคือ 
 
"ต้องเลี้ยงตัวเอง"  หยุดนิ่งไม่ได้ เช้าชาม-เย็นชามไม่ได้  นอนดึกตื่นเช้า 
 
ทะเลาะกับนายก็ไม่ได้  เที่ยวทำซ่าท้าทายเพราะถือว่าข้าฯ เหมือนข้าราชการ
 
ไม่ได้  พนักงานมหาวิทยาลัยไม่ฆ่าน้อง (เพราะน้องต้องช่วยงาน)  ไม่ฟ้องนาย 
 
(เพราะนายประเมิน)  ไม่ขายเพื่อน (เพราะเพื่อนต้องมีผลงานด้วย)  ไม่มีเวลา
 
มาทะเลาะกับใคร ออกหน้าไปประท้วงใครก็ไม่ได้  ประเมินให้ถูกออกทันที  
 
ซึ่งมีให้เห็นเป็นประจำ    ไม่เหมือนข้าราชการที่ผิดอย่างไงก็เอาออกได้ยาก
ตามกฎหมายบอกว่าพนักงานมหาวิทยาลัยจะได้สิทธิเดิมเท่าเทียมกับข้า
 
ราชการ  แต่จนถึงปัจจุบันยังมีการต่อสู้ของพนักงานมหาวิทยาลัยเพื่อให้ได้
 
สิทธิ์นั้นอยู่เสมอ
 
- สวัสดิการต่าง ๆ ของอาจารย์มหาวิทยาลัย  จะเป็นไปตามกฎระเบียบของแต่
 
ละมหาวิทยาลัย  ทุกมหาวิทยาลัยมีกฎระเบียบของตนเอง   จะเปรียบเทียบ
 
กันหรืออ้างอิงว่าควรจะได้เหมือนกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ไม่ได้  
- มหาวิทยาลัยของรัฐทั่วไป  กับมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ (มหาวิทยาลัย
 
นอกระบบ)  มีความแตกต่างกันมากในทุกด้าน   ต้องศึกษาและทำความเข้าใจ
 
ให้ดีก่อนตัดสินใจลาออกจากราชการไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแต่ละที่
- เงินเดือนและค่าตอบแทนของอาจารย์มหาวิทยาลัยทุกแห่ง  ไม่เท่ากัน  
 
เพราะทุกมหาวิทยาลัยตั้งเงินเดือนของตนเอง  ไม่ได้ใช้ในระบบเงินเดือนของ
 
ทางราชการ  ผลประโยชน์และอัตราค่าตอบแทนไม่เท่าเทียมกัน   จะอ้างขอ
 
ความเท่าเทียมกันกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ไม่ได้
 
 
............................................................................................
เป็นคำถามที่ผมตอบบ่อยมาก ๆ คือ ข้าราชการมหาวิทยาลัยลังเลออกเป็น
 
พนักงานมหาวิทยาลัย
คำตอบ :  การลาออกจากข้าราชการไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย   มีเหตุและ
 
ผลแตกต่างกัน อาทิ
1. ข้าราชการต้องออกไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย เพราะระเบียบ
 
มหาวิทยาลัยบังคับว่า
ถ้าเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยในทุกระดับชั้น  ต้องเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย  
 
(ม.นอกระบบ)
2. ข้าราชการต้องออกไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย เพราะย้ายไปทำ
 
งานมหาวิทยาลัยอื่น ๆ 
ไม่มีข้าราชการในมหาวิทยาลัยอีกต่อไป   จึงต้องออกเพื่อเป็นพนักงาน
 
มหาวิทยาลัยในมหาวิทยาลัยอื่น
-----------------
อาจารย์ระดับปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง  ตั้งคำถามว่า
คำถาม ??  ตอนนี้ตัวเองก็กำลังสับสน ว่าจะลาออกจากราชการแล้วเป็น
 
พนักงานมหาลัย
ข้อดี คือ 
1. มีบำนาญใช้ แม้ว่าไม่มาก เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้
2. ได้ กบข ประมาณ 500,000 บาท
3. ได้บำเหน็จดำรงชีพ ประมาณ 200,000 บาท
4. งานราชการไม่ท้าทาย ปิดกั้นศักยภาพและความสามารถ
5. อยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน
ข้อเสีย
1. พนักงานไม่แน่นอน ประเมินไม่ผ่านก็ต้องหางานใหม่
2. อย่างอื่น ๆ ยังไม่ทราบค่ะ
แต่อย่างไรก็ตามอายุราชการเหลือประมาณ 8 ปี 
หากลาออกตอนที่อายุมากกว่านี้ก้อคงเหนื่อยกับงานใหม่
อาจารย์มีความเห็นว่าอย่างไรคะ
..........................................................
คำตอบ :  การลาออกจากข้าราชการไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย มีจุดมุ่ง
 
หมายเพื่ออะไร
1. ถ้าเปลี่ยนย้ายไปอยู่มหาวิทยาลัยแห่งใหม่  ต้องลาออกจากราชการแล้วเป็น
 
พนักงานมหาวิทยาลัย
ก็ต้องลาออก  เพราะมหาวิทยาลัยแห่งใหม่อาจดีกว่ามหาวิทยาลัยเดิมที่สังกัด
 
อยู่  
2. ถ้าลาออกจากข้าราชการไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย  ในมหาวิทยาลัยเดิม  
 
ก็ต้องได้สิ่งดี ๆ กว่าเดิม
เช่น ได้เป็นผู้บริหาร , ได้ค่าตอบแทนสูงกว่าเดิม    แบบนี้ก็ลาออกได้
3. ถ้าลาออกจากข้าราชการไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย  ในมหาวิทยาลัยเดิม  
 
โดยคิดว่าท้าทายกว่าเดิม
ไม่ใช่แน่นอน เพราะทุกอย่างก็ยังเดิม ๆ   แต่เพิ่มการประเมินเท่านั้น   และยัง
 
ไม่เคยมีใครถูกประเมินไม่ผ่านเพราะผลงานมาก่อน   ส่วนใหญ่ไม่ผ่านเพราะ
 
ความประพฤติ  ซึ่งถ้าเป็นข้าราชการเอาออกไม่ได้  
แต่ถ้าเป็นพนักงานความประพฤติถูกประเมินไม่ผ่านมากกว่าผลงาน
4. ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน  ก็แค่เปลี่ยนสถานที่ทำงาน  สภาพ
 
งานก็อาจเหมือนเดิม  ได้เริ่มต้นใหม่  ได้เห็นอะไรใหม่ ๆ   ซึ่งอาจดีขึ้น หรือ
 
เลวร้ายลงก็ได้   ต้องศึกษาที่ทำงานใหม่ให้ดีเสียก่อน  และต้องยอมรับการ
 
เปลี่ยนแปลงที่อาจจะดีหรือไม่ดีนั้นให้ได้  แต่ไม่ใช่เพราะการเป็นพนักงาน
 
มหาวิทยาลัยแล้วจะไม่ดี  
5. อายุราชการเหลือเท่าไหร่ไม่สำคัญ   สำคัญที่จะทำประโยชน์ให้แก่ชาติบ้าน
 
เมืองได้มากกว่าเดิมหรือไม่
นั่นสำคัญกว่า   การเหลืออายุราชการ 8 ปี  แล้วนั่งเฉย ๆ รอเกษียณไปวัน ๆ  ก็
 
นั่งตรงนั้นต่อไปดีกว่า
เพราะคงทำประโยชน์ได้แค่นั้น  หรือถึงย้ายไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยอีก 8 
 
ปี  ก็นั่งรอเกษียณไปวัน ๆ เช่นกัน    การเหลืออายุราชการ 8 ปี  อยู่ที่เดิมแล้ว
 
พัฒนาสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย จะอยู่ที่เดิมก็เป็นประโยชน์ต่อสังคมประเทศชาติ
 
ได้อีกมาก    แต่ถ้าการเหลืออายุราชการ 8 ปี  ทำอะไรไม่ได้มากนักในที่เดิม   
 
อยากจะช่วยเหลือสังคมประเทศชาติโดยออกไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย  
 
จุดไฟอุดมการณ์ดั่งเดิมให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง    8 ปีที่เหลือก็มีคุณค่าและมี
 
ความหมายให้ได้จดจำ   อายุราชการจึงไม่สำคัญ   8 ปีอาจทำอะไรได้มากกว่า 
 
25 ปีที่รับราชการมาก็ได้  
............................................................
อนุสติ :  มีคนมักพูดกันว่าไม่มีข้าราชการแก่ ๆ คนไหนเขาลาออกไปเป็น
 
พนักงานมหาวิทยาลัย
หรือมักพูดกันว่า  ไม่มีข้าราชการบ้า ๆ ที่ไหนเขาออกไปเป็นพนักงาน
 
มหาวิทยาลัย  ถ้าเหลือเวลาราชการ
ไม่มากนักก็อยู่เป็นข้าราชการไปจนเกษียณ  ดีอยู่แล้ว   จะต้องมาเหนื่อยตอน
 
แก่ทำไม   
คำถาม :  เขาพูดถูกแล้ว   เหตุผลการลาออกของข้าราชการ  ไปเป็นพนักงาน
 
มหาวิทยาลัยมี 6 ประเด็นคือ  
1. ข้าราชการที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไปหรือต่ำกว่า ลาออกเป็นพนักงาน
 
มหาวิทยาลัย  ส่วนใหญ่เพราะรับตำแหน่งเป็นผู้บริหารในมหาวิทยาลัยนอก
 
ระบบ   ต้องลาออกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตามระเบียบของมหาวิทยาลัย 
 
ซึ่งระเบียบแต่ละมหาวิทยาลัยไม่เหมือนกัน  ได้สิทธิพิเศษมากมาย  เช่น เงิน
 
เดือนสูงมาก  ได้บำนาญ ได้บำเหน็จ ได้เงินประจำตำแหน่งทางวิชาการ  ได้
 
เงินตำแหน่งบริหาร เบิกค่ารักษาพยาบาลและสิทธิต่าง ๆ ในฐานะข้าราชการ
 
บำนาญ      ประเภทนี้เต็มใจและสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องออก
2. ข้าราชการที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป ลาออกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย  
 
เพราะอายุราชการครบ 25 ปีแล้ว  ได้สิทธิพิเศษมากมาย  เช่น เงินเดือนสูงมาก  
 
ได้บำนาญ ได้บำเหน็จ ได้เงินประจำตำแหน่งทางวิชาการ  เบิกค่ารักษา
 
พยาบาลและสิทธิต่าง ๆ ในฐานะข้าราชการบำนาญได้ตามปกติ   ประเภทนี้
 
เต็มใจและเห็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะออกเพราะได้หลายเด้ง    ใน
 
มหาวิทยาลัยนอกระบบออกกันมาก   เป็นอาจารย์ที่มีศักยภาพสูง  ไม่กลัวการ
 
ประเมิน   คนประเมินต้องกลัวอาจารย์ประเภทนี้มากกว่า   
3. ข้าราชการที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป ลาออกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย  
 
เพราะย้ายไปอยู่มหาวิทยาลัยแห่งใหม่   ไม่สามารถโอนย้ายไปเป็นข้าราชการ
 
ได้อีก   จึงออกไปอยู่มหาวิทยาลัยแห่งใหม่ในฐานะ
พนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการ ตำแหน่งอาจารย์  ก็เป็นความพอใจของผู้
 
ลาออก  เหตุเพราะ
อายุราชการครบ 25 ปีแล้ว ได้สิทธิพิเศษมากมาย  เช่น เงินเดือนสูงมาก  ได้
 
บำนาญ ได้บำเหน็จ ได้เงินประจำตำแหน่งทางวิชาการ   เบิกค่ารักษาพยาบาล
 
และสิทธิต่าง ๆ ในฐานะข้าราชการบำนาญได้ตามปกติ   ประเภทนี้เต็มใจและ
 
เห็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะออกเพราะได้หลายเด้ง   ไม่มีอะไรเสียหาย เปลี่ยน
 
บรรยากาศการทำงาน 
4. ข้าราชการที่มีอายุตั้งต่ำกว่า 50 ปี ลงมา  ลาออกเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย  
 
เพราะแม้ว่าอายุราชการไม่ครบ 25 ปีแล้ว   แต่ก็ได้สิทธิพิเศษมากมาย  เช่น เงิน
 
เดือนสูงมาก  ได้บำนาญ ได้บำเหน็จ ได้เงินประจำตำแหน่งทางวิชาการ  เบิก
 
ค่ารักษาพยาบาลและสิทธิต่าง ๆ ในฐานะข้าราชการบำนาญได้ตามปกติ   (ขึ้น
 
อยู่กับ พรบ.ขณะออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยนั้น)   ประเภทนี้เต็มใจและ
 
เห็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะออกเพราะได้หลายเด้ง    ในมหาวิทยาลัยนอก
 
ระบบออกกันมาก   เป็นอาจารย์ที่มีศักยภาพสูง  ไม่กลัวการประเมิน   คน
 
ประเมินต้องกลัวอาจารย์ประเภทนี้มากกว่า   
5. ข้าราชการที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไปหรืออาจยังไม่ถึง   ซึ่งไม่ได้เป็น
 
อาจารย์มหาวิทยาลัยมาก่อน 
ลาออกไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในตำแหน่งอาจารย์ (ระดับปริญญาเอก) 
 
เพราะอายุราชการครบ 25 ปีแล้ว  จึงลาออกจะได้เงินเดือนสูงขึ้น  ได้บำนาญ  
 
เบิกค่ารักษาพยาบาลและสิทธิต่าง ๆ ในฐานะข้าราชการบำนาญได้ตามปกติ    
 
กลุ่มนี้คือ  เปลี่ยนงานใหม่  ได้สิทธิข้าราชการเดิม  จะได้สองเด้งคือ ได้ทั้ง
 
บำนาญราชการ ได้ทั้งเงินเดือนมหาวิทยาลัย  มีความเสี่ยงเล็กน้อยคือ คิดว่า
 
มหาวิทยาลัยน่าจะสบายกว่าหน่วยงานเดิม  ทั้งที่จริงเกณฑ์การประเมินสูงมาก 
 
เช่น ต้องมีตำรา, งานวิจัย, บริการวิชาการ  ฯลฯ ที่แตกต่างจากภารกิจเดิม  
 
ต้องปรับตัวใหม่และใช้พฤติกรรมข้าราชการเดิม ๆ ไม่ได้  แต่ก็มีคนกลุ่มทยอย
 
เข้าสู่มหาวิทยาลัยเสมอ
6. ข้าราชการที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี  ซึ่งไม่ได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาก่อน   
 
ลาออกไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในตำแหน่งอาจารย์ (ระดับปริญญาเอก) 
 
อายุราชการไม่ครบ 25 ปี  ได้เพียงบำเหน็จ  
กลุ่มนี้คือ เปลี่ยนงานใหม่  ต้องการชีวิตใหม่  มีความกล้า ไม่กลัวการเปลี่ยน
 
แปลง  เผชิญความเสี่ยงสูงกลุ่มนี้ก็มีเช่นกัน
.......................................................................
ผมอยู่ในกลุ่มที่ 6 +++++
.......................................................................
 
 
 
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( พฤหัสบดี, 26 มิถุนายน 2014 )


 

ตารางนัดหมาย