Copyright 2019 - Custom text here
  • รองศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข

  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

  • Perth, Western Australia

  • ครอบครัวนิลสุข

 

ปฐมบทแห่งข้อคิดนี้มาจากข้าราชการครูใหม่ผู้ว้าวุ่นจิตใจกับระบบข้าราชการ
อยากได้คำแนะนำจากผม
อาจารย์ Prachyanun Nilsook ครับ ขอคำแนะนำหน่อยครับ

ข้อคิดสำหรับข้าราชการครูใหม่

--------------------------------- >>> --------------------------------------------- >>> ----------------------------------------------
ข้อค้นพบอันเป็นประสบการณ์สำหรับข้าราชการครูทุกยุคสมัย

1. การเป็นข้าราชการครูใหม่ ๆ จะไฟแรงและอุดมการณ์เต็มเปี่ยม 
อยากให้ทุกอย่างดีอย่างที่คิด อยากทำทุกอย่างให้ดีสมดังใจ
ความจริง : ทุกอย่างไม่เป็นดังที่คิดเสมอไป  ทุกอย่างไม่ได้ดีดังใจอย่างที่ตั้งใจไว้
***** จงอยู่กับความเป็นจริง รักษาไฟและอุดมการณ์เอาไว้จนถึงที่สุด
พึงรักษาความดี ดุจเกลือรักษาความเค็ม

2. การเป็นข้าราชการครูต้องเผชิญกับผู้บริหารที่ไม่พึงประสงค์
ความจริง : ข้าราชการเลือกเจ้านายไม่ได้  ผู้บริหารทุกยุคสมัยแตกต่างกันไปแล้วแต่วาสนาจะทำร่วมกันมา
ใครทำกรรมอะไรก็จะได้อย่างนั้น  ผู้บริหารที่เก่งก็ไม่ใช่ว่าครูทุกคนจะพอใจ  ผู้บริหารแย่ ๆ ก็มีคนรักใคร่ถมไป
ไร้ประโยชน์ที่จะด่าลับหลัง ไร้ประโยชน์ที่นินทาเจ้านาย ไม่ได้เกิดประโยชน์ใด ๆ กับตนเองและงานที่รัก
***** จงทำงานอย่างมืออาชีพ  ทำงานร่วมกันได้กับผู้ร่วมงานและผู้บริหารไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

3. ระบบการศึกษาล้มเหลวมาหลายสิบปี การประชุม การประเมิน การประกัน การประกวด ฯลฯ เป็นภารกิจต้องปฏิบัติ
แย่งเวลาการเรียนการสอนไปถึง 40 กว่าเปอร์เซ็นต์
ความจริง : ภารกิจต้องปฏิบัติก็ต้องทำแม้ว่าจะไม่ชอบ ไม่พอใจ กระบวนการขั้นตอนล่าช้า งี่เง่า ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์
ทำให้หงุดหงิด น่ารำคาญ ไม่อยากร่วม ไม่อยากทำ ไม่ใช่ภารกิจหลักของครูคือการสอนหนังสือ บ่นด่าอย่างสะใจ ฯลฯ
***** จงทำอย่างเต็มกำลัง เต็มความสามารถ เต็มใจ แม้ไม่ได้อะไร แต่จะได้ประสบการณ์ชีวิตและการทำงานที่มีค่าที่สุด
ฉันทะ วิริยะ จิตต วิมังสา

4. ปัญหามากที่สุดของสถานที่ทำงานทุกแห่งเหมือนกันคือ ปัญหาเรื่องคน 
ความจริง : เราเปลี่ยนแปลงคนรอบข้างไม่ได้ เขาเป็นของเขาอย่างนั้น ความเป็นข้าราชการยิ่งทำให้เขาไม่แคร์อะไร
เช้าชามเย็นชามหัวค่ำอีกชาม  ทำดีแค่ไหนก็โดนนินทาโดนตำหนิ ไม่มีใครในโลกที่ไม่โดนนินทา  เราไม่ได้ดีเด่นอะไรกว่าเขา
ช่างหัวมัน ช่างแม่ง ช่างเขาเถอะ ช่างน่าสงสารเขาเสียจริง
***** จงคิดบวก เคารพและให้เกียรติผู้ร่วมงานทุกคน  ทุกคนเป็นคนดีแต่แสดงออกแตกต่างกัน
ขันติ อุเบกขา

5. หัวใจของความเป็นครูคือลูกศิษย์ เขาคือทุกอย่างที่คนเป็นครูต้องทุ่มเทกำลังสร้าง
ความจริง : คนทุกคนเป็นอัจฉริยะ มีความฉลาดสามารถแตกต่างกันไป เขาอาจไม่เก่งในวิชาที่เราสอน แต่เขาอาจจะเก่ง
ในสิ่งที่เราทำไม่ได้  เขาอาจไม่ตั้งใจเรียน ไม่สนใจเรียน ไม่ทำหน้าที่ผู้เรียนที่ดี เอาแต่สิทธิ เหลวไหลไร้สาระ พฤติกรรมน่ารังเกียจ
นั่นแหละหน้าที่ของครู อบรมสั่งสอน ขัดเกลาอุปนิสัย ชี้ช่องทางที่ถูกต้อง ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม แนะนำวิถีชีวิตที่ดีให้เขา
พัฒนาตนและสร้างผลงานต่าง ๆ มุ่งให้แก่ลูกศิษย์ ความดีความชอบความก้าวหน้าในหน้าที่การงานล้วนเป็นผลพลอยได้ที่เกิดจากทำเพื่อลูกศิษย์ทั้งสิ้น
***** จงตั้งจิตเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา กับลูกศิษย์ทุกคน รักและเอาใจใส่อย่างเท่าเทียมกัน
ครูมืออาชีพ ไม่ใช่อาชีพครู

--------------------------------- >>> --------------------------------------------- >>> ----------------------------------------------
ปัจฉิมลิขิต : ปล.

คุณพ่อและคุณแม่ของผมเป็นข้าราชการครู  ทั้งสองท่านบอกกับผมเสมอว่าจะเลือกเรียนหรือประกอบอาชีพอะไรก็ได้แต่อย่าเป็นครู
คุณพ่อและคุณแม่ของผมมีความสุขกับอาชีพครูตลอดชีวิตและทราบดีว่าข้าราชการครูเป็นอาชีพที่ลำบาก  และไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตั้งใจไว้แต่ต้น

คุณพ่ออยากเป็นทนายความแต่ฐานะทางบ้านยากจน  อาชีพครูเมื่อ 70 ปีที่แล้วใช้การสอบด้วยตนเองเป็นชุดวิชาเรียกว่า
ประโยคครูประถม (ป.ป.) และประโยคครูมัยธม (ป.ม.) เทียบเท่าอนุปริญญา จึงอ่านหนังสือสอบด้วยตนเองจนได้บรรจุเป็นข้าราชการครู
อาศัยเงินเดือนครูมาเรียนระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยการศึกษาประสานมิตร  เมื่อจบปริญญาตรีกลับมาทำงานบ้านเกิด
ได้รับแต่งตั้งเป็นครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนชะอำคุณหญิงเนื่องเพราะหาคนจบปริญญาตรีไม่ได้ในสมัยนั้น  ทำงานเป็นครูหลายสิบปีจนเกษียณอายุ

คุณแม่เป็นนักเรียนหญิงที่เรียนเก่งที่สุดในรุ่นและเลือกรับทุนเป็นครู  จนจบ ปกศ.ต้นที่โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีและคนที่เก่งที่สุด
จะได้รับเลือกให้ไปเรียนต่อระดับ ปกศ.สูง ที่โรงเรียนฝึกหัดครูสวนสุนันทา  คุณแม่ได้บรรจุเป็นครูตั้งแต่อายุน้อย
และเออรี่รีไทร์ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายกับระบบข้าราชการ   แต่ยังรักในอาชีพครูอยู่เสมอ

ผมเรียน ปวช.,ปวส. อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อสำเร็จการศึกษาก็เข้ารับราชการเป็นช่างอิเล็กทรอนิกส์  มหาวิทยาลัยรามคำแหง
เมื่อดูเส้นทางราชการเห็นท่าว่าจะไม่ได้กลับต่างจังหวัด  ก็เลยคิดว่าจะสอบเป็นข้าราชการครูเพื่อกลับต่างจังหวัด
จากนั้นค่อยขยับขยายไปทำงานอย่างอื่นต่อไป  สอบบรรจุเป็นครู 2 ระดับ 2 ด้วยวุฒิ ปวส.  ซึ่งขณะนั้นก็เรียนปริญญาตรีไปด้วย
พอจบปริญญาตรีก็ตั้งใจว่าจะย้ายแล้วหางานใหม่   ไปสมัครทำงานที่รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งเจอลูกศิษย์มาสมัครงานพร้อมกันก็คิดว่าได้เปลี่ยนงานซะที
วันหนึ่งมีงานเลี้ยงที่วิทยาลัยฯ   ก็มีนักศึกษาเก่าที่จบไปแล้วสองคนเข้ามาพบ  ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะจีนในงานเลี้ยง  สองคนนั่นเข้ามากราบที่เท้า
เขาบอกว่าถ้าไม่ได้ผมฝึกเขาเข้าแข่งขันทักษะจนชนะเลิศ   เขาคงไม่มีโอกาสได้โค้วต้าไปเรียนต่อโดยไม่ต้องสอบแข่งขันและสุดท้ายเขาทั้งสองคน
ก็ได้ทำงานในรัฐวิสาหกิจใหญ่แห่งหนึ่งด้วยคุณสมบัติที่เป็นเลิศ   ผมอายุน้อยเพิ่งจบปริญญาตรีสอนหนังสือได้ไม่กี่ปีมีคนมากราบเท้า
มันเป็นความรู้สึกที่สุดบรรยาย นับแต่นั้นผมก็รู้ตัวเองแล้วว่าผมรักวิชาชีพครู  ผมตัดสินใจเรียนต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกตามลำดับ
มุ่งมั่นทำงานโดยตั้งปณิธานที่จะเป็นข้าราชการครูที่ดี  มีปรัชญาการสอนประจำตัวคือ ลูกศิษย์ต้องเก่งกว่าผม  ผมจึงทุ่มเททุกอย่างเพื่อลูกศิษย์
สร้างลูกศิษย์ที่ประสบความสำเร็จมากมาย ทำหน้าที่ในหน่วยงานหลายตำแหน่งจนสร้างความก้าวหน้าให้กับหน่วยงานที่เป็นความภูมิใจหลายเรื่อง
ถูกเสนอชื่อให้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมายในชีวิตข้าราชการครูตลอด 20 ปี ไม่ว่าจะเป็นครูผู้มีผลงานดีเด่น จังหวัดสมุทรสงคราม  
ครูผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของคุรุสภา ครูผู้ปฏิบัติงานมีผลงานดีเด่น สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ครูผู้ปฏิบัติงานมีผลงานดีเด่น
ระดับอุดมศึกษา คุรุสภา  ทำงานชดใช้ทุนการศึกษาจนครบเวลา ผมมาถึงจุดสูงสุดของอาชีพข้าราชการครูอย่างรวดเร็วและเหลือเวลาอีกมาก 
ผมเหมือนไม้ใหญ่ที่รากเต็มกระถางจึงตัดสินใจให้โอกาสแก่ลูก ๆ และครอบครัว  โดยย้ายมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน

 

ขอบคุณที่แวะมาเยือน

Users
2
Articles
82
Web Links
87
Articles View Hits
52485

ขอบคุณทุกการมาเยือน